SMTOWN LIVE’08 IN BANGKOK

posted on 10 Sep 2008 10:16 by thaiheo
สุดยอดคอนเสิร์ตของศิลปินแห่งเอเชียจากค่ายยักษ์ใหญ่ SM ENTERTAINMENT ประเทศเกาหลีใต้ จำนวนกว่า 40 ชีวิตจาก 6 กลุ่มศิลปิน นำทีมโดย ดงบังชินกิ 5 เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออกที่เคยสร้างปรากฏการณ์การรวมตัวของแฟนคลับมากที่สุดในประเทศ ตามมาด้วย 13 หนุ่มแสนซน ซุปเปอร์จูเนียร์เจ้าของคลื่นสีน้ำเงินแซฟไฟร์บลู ซอนซังจีฮี เดอะ เกรซ 4 สาวสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังทั้งในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จางรี่หยิน 1 สาวชาวจีนผู้มีพลังเสียงอันโดดเด่น เกิร์ล เจเนเรชั่น (โซนยอชิแด) สาวน้อย 9 คนผู้มาพร้อมกับความน่ารักและท่าเต้นที่สดใส และชายนี่ 5 หนุ่มน้อยหน้าใหม่ไฟแรง

โดยมีการแสดงทั้งหมดเป็นเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ต่อหน้าแฟนๆ เต็มความจุสนามประมาณ 40,000 คน งานนี้จะมีขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2008

ที่มาจาก Internet

10 กฎเหล็ก ละครเกาหลี

posted on 09 Sep 2008 12:54 by thaiheo
1. คนที่หล่อที่สุดในเรื่องคนนั้นต้องเป็น..พระรอง.. เสมอ

2. เช่นเดียวกัน อย่าแสนดีจนเกินไป ไม่งั้นจะได้เป็นแค่..พระรอง..

3. นางเอกจะสวยแบบบ้านๆ ปนเงอะงะหรือเอ๋อเล็กน้อย ถ้าสวยเลิศเชิดเฟอร์เฟคท์ เนี๊ยบหรูมีชาติตระกูลจะเป็นตัวอิจฉา

4. ในครอบครัวพระเอกอย่างน้อยต้องมีญาติของพระเอกหนึ่งคนไม่เห็นด้วยกับความรักของพระเอกนางเอก (จำนวนญาติที่ไม่เห็นด้วยจะเพิ่มขึ้นตามความรันทดของเรื่อง)

5. ต้องมีเพื่อนของนางเอก หรือพระเอก แต่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนนางเอก ที่ทำตัวตลกเฮฮาในเรื่อง เพื่อนพวกนี้มักมาเป็นคู่เสมอและสุดท้ายจะลงเอยกันเอง6. พ่อแม่ของนางเอก มักจะลำบากยิ่งกว่านางเอกซะอีก หรือไม่ก็เป็นคนที่ทำให้ชีวิตนางเอกลำบากไม่จบสิ้น

7. แทบไม่มีเรื่องไหนเลยที่นางเอกฐานะดี โดยเฉพาะดีกว่าพระเอก

8. โชคชะตาของตัวละครในซีรี่ย์เกาหลีมักจะวนเวียนกันอยู่ 4 คน ดังนี้  พระเอก - ชายผู้แม้มีรักแท้ในใจแต่ก็มักมีคู่หมั้น มีกิ๊ก
มีอื่นๆอยู่ก่อน ทำให้คนคนนั้นต้องมาตามราวีความรักอยู่ตลอดเวลา 
นางเอก-ผู้หญิงที่แม้จะซุ่มซ่ามกะโปโลแค่ไหน ก็จะมีหนุ่มไฮโซแสนดี (อย่างพระรอง) มาหลงรักเสมอ  พระรอง - สิ่งมีชีวิตที่น่าดูที่สุดในซีรี่ย์เกาหลีเป็นชายในฝันของสาวๆ คือ หล่อสุด รวยสุด ดีสุดๆ แต่กินแห้วทุกทีซิ (อาจเพราะนางเอกเอ๋อนิดๆหรือเปล่า)  ตัวอิจฉา-สวย หรู ดูดี มีตระกูลแถมไม่โง่อีกต่างหาก แต่เอาแต่ใจและชอบเอาชนะ ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ทำน้ำหกรดเสื้อนางเอกไปจนถึงฆ่าตัวตายเพื่อให้พระเอกกลับมา

9. “ผู้ชายก็ร้องไห้ได้ในซีรี่ย์เกาหลี” (ร้องเยอะด้วย)

10. ถ้าเป็นแนวรันทดตอนจบจะต้องมีใครสักคน ไม่นางเอกก็พระเอก เป็นเป็นโรคยอดฮิตก็คือ มะเร็งตาย ถ้าเป็นแนวกุ๊กกิ๊กตอนจบต้องมีใครสักคนไปต่างประเทศ

ข้อมูลจาก Internet

 

edit @ 9 Sep 2008 13:09:38 by ttangmo

สร้างชื่อจนโด่งดังติดลมบนไปแล้ว สำหรับ 5 หนุ่มบิ๊กแบง(BIGBANG) ที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวัง หลังจากพวกเขาแยกย้ายกันไปสร้างชื่อเสียงในด้านต่างๆ กันมาพักหนึ่ง ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วที่พวกเขาจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง กับผลงานมินิอัลบั้ม ชุดที่3 สแตนด์อัพ (3rd Mini Album –Stand Up) อัลบั้มที่พิสูจน์ให้เห็นอีกด้านหนึ่งว่า 'บิ๊กแบงที่ไม่ใช่แค่วงฮิพฮอพธรรมดา
 
สำหรับอัลบั้ม Stand Up บิ๊กแบงกลับมาในมาดใหม่ ที่ดูเข้มขึ้น โตขึ้น ทั้งการแต่งตัวและสไตล์ดนตรี บวกกับเนื้อหาของเพลงที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาโตเป็นหนุ่มกันเต็มที่แล้ว โดยเพลงเปิดตัวเพลงแรก คือเพลง Day by day เพลงในสไตล์ถนัดของบิ๊กแบง เมื่อทำเพลงแบบนี้ออกมาทีไรก็เป็นถูกใจคนฟังทุกครั้ง เพราะเพียงแค่ปล่อยเพลงนี้มาไม่กี่วัน ก็สามารถไต่ชาร์ทเพลงดังๆ ของเกาหลี ขึ้นไปยึดอันดับ 1 ได้อย่างไม่ยากเย็น แถมหนุ่ม จี ดรากอน ยังได้ชวนนักแต่งเพลงชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง ไดชิ แดนซ์ มาช่วยแต่งเพลงนี้ด้วย
 และเช่นเคย เกือบทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้แต่งเนื้อร้องและทำนองโดย จี-ดรากอน ยกเว้นเพลง  ชัคกัน ซารัม หรือ Good man ที่หนุ่ม ท็อป ได้โชว์ฝีมือการแต่งเนื้อร้องและทำนองเป็นครั้งแรก   อีกเพลงที่น่าจับตามองได้แก่เพลง โอ้ มายเฟรนด์ ที่ได้คนทำเพลงมือโปรอย่าง ครุซ และ เทดดี้ ที่เคยทำเพลง I’m Sorry ของGummy และเพลง Look Only at Me ของ Tae Yang  มาทำให้เพลงนี้แตกต่างไปจากแนวเพลงปกติของบิ๊กแบงอีกด้วย เรียกว่าถ้าได้ไปดูเพลงนี้ในคอนเสิร์ต คงโยกตามกันทั้งฮอลล์อย่างแน่นอน
 
ใครที่รอฟังผลงานของบิ๊กแบงอยู่ สามารถเป็นเจ้าของมินิอัลบั้ม ชุดที่3 สแตนด์อัพ ได้แล้ว ไม่เพียงคุณภาพคับแก้ว แต่ปกอัลบั้มนี้ยังไม่เหมือนที่เกาหลี เพราะพวกเขาได้ส่งปกพิเศษมาวางจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

ที่มาจาก Internet

  

 

อยู่ในจังหวัดชุนชงบุกโด ตอนกลางของประเทศเกาหลี ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองอาบน้ำแร่ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ มีอุณหภูมิสูงถึง 53 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคผิวหนัง และทำให้ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง สวยงาม ในฤดูหนาวเป็นแหล่งเล่นสกีที่ขึ้นชื่อด้วย

1. CHUNGJU LAKE CRUISE ล่องเรือที่ทะเลสาปชงจู ตลอด 40 นาทีตามจุดต่างๆ จะได้สัมผัสถึงความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่านอีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองทันยาง

2. KOSU CAVE ถ้ำโคสุ ตั้งอยู่ทางชิน ทันยาง เป็นถ้ำหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อหลายหมื่นปีที่ผ่านมา และเป็นถ้ำหินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่มาก มีระยะทางเดินถึง 1.6 กม. เป็นแหล่งศึกษาทางธรณี วิทยา ได้ชื่อว่าเป็น " ปราสาทแห่งใต้พิภพ

ที่มาจาก Internet

edit @ 3 Sep 2008 13:41:57 by ttangmo

edit @ 3 Sep 2008 13:42:28 by ttangmo

พระพุทธศาสนาในเกาหลี

posted on 01 Sep 2008 15:20 by thaiheo
          พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศเกาหลีเมื่อ พ.ศ. 915 โดยสมณทูตซุนเตา เดินทางจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เข้าไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรโคกูรยอหรือประเทศเกาหลีในปัจจุบัน พระพุทธศาสนาได้ขยายเข้าไปในประเทศเกาหลีอย่างรวดเร็ว เพียงระยะเวลา 20 ปี ก็มีการสร้างวัดขึ้นมากมาย
          ประเทศเกาหลีในสมัยก่อนประกอบด้วย 3 อาณาจักร คือ โคกูรยอ แพกเจ และซิลลา แต่ผู้นำทั้ง 3 อาณาจักรนั้นก็นับถือพระพุทธศาสนา และให้การสนับสนุนกิจการต่าง ๆ อันที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเสมอ และที่สำคัญ ได้ทรงถือว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ส่งเสริม และให้การศึกษาแก่ประชาชน และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน พร้อมทั้งสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ พระพุทธศาสนาจึงมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดมา ครั้นถึงพ.ศ.1935 พระพุทธศาสนาในประเทศเกาหลีเริ่มเสื่อมลงเมื่อราชวงศ์โชซอนขึ้นมามีอำนาจ ราชวงศ์นี้ได้เชิดชูลัทธิขงจื้อให้เป็นศาสนาประจำชาติ จึงทำการกดขี่ผู้นับถือพระพุทธศาสนา จนทำให้พระสงฆ์ต้องหนีออกไปอยู่อย่างสงบตามชนบทและป่าเขา

          พ.ศ.2453 ประเทศเกาหลีได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ราชวงศ์เกาหลีสิ้นสุดลง เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาปกครอง ประเทศเกาหลีได้ออกกฎข้อบังคับควบคุมวัดวาอารามต่าง ๆ และพยายามก่อความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่พระสงฆ์ เช่น ส่งเสริมให้พระสงฆ์ได้ดำรงชีวิตเหมือนฆราวาส จุดประสงค์เพื่อทำลายพระพุทธศาสนา
          ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาได้เข้ามายึดประเทศเกาหลีจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อพ.ศ.2488 ประเทศเกาหลีจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศที่เส้นขนานที่ 38 องศา กล่าวคือ ทางตอนเหนืออยู่ภายใต้การคุ้มครองดูแลของสหภาพโซเวียต มีชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ทางตอนใต้อยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกา มีชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เมื่อเกาหลีพ้นจากการปกครองของญี่ปุ่นแล้ว ชาวพุทธทั้งหลายในประเทศเกาหลี โดยเฉพาะพระสงฆ์ได้มีการเคลื่อนไหว โดยการประชุมใหญ่แล้วลงมติให้รัฐบาลยกเลิกข้อบังคับต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกับหลักพระพุทธศาสนาซึ่งตราขึ้นในสมัยญี่ปุ่นยึดครอง พร้อมทั้งให้คณะสงฆ์มีการปกครองตนเอง โดยมีสำนักงานอยู่ในนครหลวงและจังหวัดต่าง ๆ ให้มีสภาบริหารตนเองซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานใหญ่ และได้มีการจัดประชุมเพื่อตราธรรมนูญปกครองคณะสงฆ์ขึ้นที่สำนักงานใหญ่ เมื่อพ.ศ.2489
          พระพุทธศาสนาในประเทศเกาหลีในปัจจุบัน
          พระพุทธศาสนาในเกาหลีเหนือนั้นไม่สามารถที่จะรู้สถานการณ์ได้ เพราะเกาหลีเหนือปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งไม่สนับสนุนพระพุทธศาสนา ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงเจริญรุ่งเรืองในเกาหลีใต้มากกว่า
          ในปัจจุบันคณะสงฆ์ในประเทศเกาหลี ถือว่าเป็นคณะสงฆ์ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด ปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอเพื่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนานั่นเอง กิจการที่พระสงฆ์เกาหลีใต้สนใจ และปฏิบัติกันอย่างเข้มแข็งจริงจังที่สุด คือ การศึกษา ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในด้านการศึกษานอกจากจะมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับสอนภิกษุ ภิกษุณี สามเณร และสามเณรี (สตรีที่จะบวชเป็นภิกษุณี) คณะสงฆ์เกาหลีใต้ยังมีสถานศึกษาฝ่ายสามัญระดับต่าง ๆ ที่เปิดรับนักเรียนชายหญิงโดยทั่วไปด้วย สถาบันเหล่านี้มีคฤหัสถ์ (บุคคลทั่วไป) เป็นผู้บริหาร แต่อยู่ในความควบคุมดูแลของคณะกรรมาธิการฝ่ายการศึกษาของคณะสงฆ์ และมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศเกาหลี คือ มหาวิทยาลัยดงกุก ตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.2449 ปัจจุบันมีนักศึกษาชายทั้งหมด 6,000 คน มีภิกษุ สามเณรศึกษาอยู่ด้วยประมาณ 60 รูป
          ในพ.ศ.2507 คณะสงฆ์เกาหลีใต้ตั้งโครงการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีขึ้น เรียกว่า ศูนย์แปลพระไตรปิฎกเกาหลี ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยดงกุก

ที่มาจาก Internet

เหมือนไม่เหมือน

posted on 25 Aug 2008 14:26 by thaiheo

หลายคนคิดว่าอาหารเกาหลีเหมือนอาหารญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้ว อาหารเกาหลีไม่มีส่วนประกอบของสาหร่ายและปลาดิบเลยแม้แต่น้อย ส่วนกิมจิ...ที่เหมือนกันนั้น เขาทำตามเรา คนเกาหลีจะชอบจืดๆและชอบทานเนื้อ

 

บริเวณรอบนอกกรุงโซล ได้ขยายตัวออกไปเพื่อสนองรับความต้องการของนครหลวง นอกจากโรงงานอุตสาหกรรม และที่พักอาศัยแล้ว ยังมีสวนสนุกแบบธีมพาร์เกิดขึ้น และจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง

1.ยงอินเอเวอร์แลนด์ ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ประมาณ 1 ชั่วโมง ดินแดนอันแสนโรแมนติค อยู่ในหุบเขา สัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติ ชมเทศกาลดอกไม้บานในฤดูกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเทศกาลดอกทิวลิป ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกเบญจมาศ นับล้านดอก เทศกาลหิมะ สโนสเลด โลกของสัตว์ป่าซาฟารี ดินแดนแห่งเทพนิยายและการผจญภัยเครื่องเล่นนานาชนิด สำหรับทุกเพศทุกวัย ร้านขายของที่ระลึกเฉพาะ

2.หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน อยู่เมืองซูวอน จังหวัดเคียงกิโด ห่างจากกรุงโซลไปทางไต้ประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการดำรงชีพ ภายในประกอบด้วยบ้านสไตล์ดั้งเดิมต่าง ๆ กว่า 240 หลัง เครื่องใช้ไม้สอย บ้านข้าราชการ ลานกว้างสำหรับแสดงศิลปพื้นบ้านของชาวเกาหลีในเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงตลาดพื้นเมืองและอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลี

ที่มาจาก Internet

edit @ 23 Aug 2008 10:26:01 by ttangmo

อดีต ปัจจุบัน อนาคต

posted on 21 Aug 2008 14:58 by thaiheo

อดีต 

เกาหลีในอดีต ต้องเผชิญกับสงครามมายาวนาน เริ่มตั้งแต่การถูกยึดครองโดยจีน ทำให้เกาหลีได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากจีน เช่นตัวอักษรและศาสนา (พุทธและขงจื้อ) ก่อนที่จะถูกญี่ปุ่นยึดครองเป็นอาณานิคม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในพ.ศ.2453 และล้มล้างการปกครองโดยระบบกษัตริย์ ซึ่งราชวงศ์โชซอนถือเป็นราชวงศ์สุดท้ายของเกาหลี

ราชวงศ์โชซอนสร้างเมืองหลวงฮันยาง หรือกรุงโซลในปัจจุบัน และส่งเสริมลัทธิขงจื้อให้เป็นลัทธิประจำชาติแต่ไม่ส่งเสริมพุทธศาสนา พร้อมกับประดิษฐ์อักษรฮันกึลขึ้นเพื่อใช้แทนอักษรจีนมาจนถึงปัจจุบัน

ในปีพ.ศ. 2488 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม เกาหลีได้รับเอกราชอีกครั้ง แต่สงครามกลับยังไม่สิ้นสุด เมื่อสงครามเกาหลีประทุขึ้น จากการห้ำหั่นกันเองระหว่างเกาหลี 2 ขั้ว ในปีพ.ศ. 2493 สงครามดำเนินไปจนมีข้อตกลงหยุดยิงในปีพ.ศ. 2496 คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสองส่วนที่เส้นขนาน 38 โดยสหภาพโซเวียตดูแลเกาหลีเหนือ ภายใต้การปกครองระบอบสังคมนิยม ส่วนสหรัฐอเมริกาดูแลเกาหลีใต้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เกาหลีใต้ มีความพยายามที่จะรวมประเทศมาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ


ปัจจุบัน

กรุงโซล เป็นเมืองหลวง มีประชากรร่วม 14 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ต้องแบกรับค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

ชายเกาหลีทุกคนเมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ต้องถูกเกณฑ์ทหาร 2 ปี ทำให้ชายเกาหลี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในวัย 27 ปี โดยประชากรเกาหลีในปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้หนังสือ ยกเว้นคนอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ถึงขั้นมีการเตือนกันเล่นๆ ว่า เดินกรุงโซลถ้าไม่ระวัง มีโอกาสเดินชนดอกเตอร์ ในแต่ละวันตำรวจกรุงโซลต้องเตรียมรับมือกับขบวนประท้วงของพลเมืองส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องปากท้อง และข้าวของแพง

อนาคต

รัฐบาลเกาหลี เล็งเห็นว่าประเทศจะเจริญได้ ต้องมีการคมนาคมที่ดี และด้วย 70% ของภูมิประเทศเป็นภูเขา ทำให้มีการระเบิดภูเขาเจาะเป็นอุโมงค์ถนนเพื่อเชื่อมจากภูเขาลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง

กรุงโซล มีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่นำฮัน ไหลผ่าน ทำให้ปัจจุบันกรุงโซลมีสะพานข้ามแม่น้ำถึง 27 แห่ง และในอนาคตกำลังจะมี new Incheon bridge สะพานแห่งที่ 28 ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศเกาหลี และเมื่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2552 จะเป็นสะพานแขวนที่มีความยาวเป็นอันดับ 5 ของโลก ด้วยความยาว 12.3 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้างกว่า 40,000 ล้านบาท

ที่มาจาก Internet